หนังญี่ปุ่น

หนังญี่ปุ่น หลังจากที่เราเขียนนำเสนอซีรีส์ญี่ปุ่น จึงพิจารณาถึงภาพยนตร์จากญี่ปุ่นซึ่งมีหลาย ๆ เรื่องมาก ๆ ที่น่าสนใจ แต่ในวันนี้พวกเราจะขอเสนอแนะแค่เพียง 6 เรื่องที่เป็นหนังที่ตัวผู้เขียนถูกใจ ซึ่งหากคนไหนกำลังมองหาหนังน้ำดีจากญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สมัยกี่สมัยก็ยังดูได้เรื่อยๆ ๆ และใช้ตอนสำหรับในการไม่ยาวนานนัก ดูรวดเดียวจบ พยายามดูรายชื่อหนังที่ข้างล่างนี้เลย

 

ถ้าพูดถึงสื่อที่มาจากประเทศญี่ปุ่น หลายๆ ๆ คนอาจจะนึกถึงการ์ตูนหรืออนิเมะที่มีชื่อเสียงโด่งอย่างกับ แต่ที่แท้แล้ว “หนังญี่ปุ่น” ก็เป็นสื่ออีกจำพวกที่หลากหลาย ๆ คนชอบพอและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกครับ ด้วยรูปพรรณการถ่ายทำที่มีเอกลักษณ์ เนื้อเรื่องน่าดึงดูด และมีเสน่ห์จำเพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน ส่งผลให้ในปัจจุบัน หนังญี่ปุ่นจับเป็นหนังอีกชนิดหนึ่งที่คนรักหนังและคนทั่วโลกนิยมดูกัน ไม่แพ้หนังฮอลลีวูดหรือหนังของประเทศอื่น ๆ อย่างเกาหลีหรือจีน

 

ด้วยเหตุฉะนี้ สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูหนังของประเทศญี่ปุ่นบ้างมั๊ยรู้จะชมเรื่องอะไรดี หนังญี่ปุ่น ในครั้งนี้เราจะมาบอกต่อหนังญี่ปุ่นครึกครื้น ๆ ให้ทุกท่านได้ลองพยายามดูกันครับผม โดยที่เรายกมานั้นจะมีทั้งหนังแอ็กชัน หนังรัก หนังสยองขวัญ และหนังชนิดอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อที่จะให้ทุกคนสามารถเลือกเฟ้นดูหนังได้ตามจำพวกที่ชอบ ซึ่งหากทุกท่านพร้อมแล้ว ไปรับชมพร้อม ๆ กันเลยเหนือกว่าครับผม

 

เทศกาลรูปยนตร์ญี่ปุ่น กลับมาให้คอหนังญี่ปุ่นได้ดูกันอีกรอบกับปี 2019 เมื่อโรงภาพยนตร์เอส เอฟ ซีเนม่า หยิบมือกับเจแปนฟาวน์เดชั่น รวมหนังราวกับทั้งแนวดราม่า คอเมดี้ แอคชั่น โรแมนติก สยองขวัญ และอนิเมะ ตั้งแต่ปี 2016-2018 มาเพียบ พวกเราไปดูกันเป็นต่อกว่า เรื่องที่ทางผู้จัดคัดมามีอะไรกันบ้าง

 

แนะนำ 6 หนังญี่ปุ่นในดวงใจ ไม่ดูไม่ได้แล้ว

การชวนแฟนหรือผู้คนที่เราแอบชอบมาดูหนังรักดี ๆ ให้ชุ่มชื่นจิตใจ อาจจะจะช่วยสานสัมพันธ์รักอีกทางหนึ่ง วันนี้จึงขอแนะนำ 10 สุดยอดรูปยนตร์รักโรแมนติกจากญี่ปุ่น ที่ยืนยันว่าดูแล้วซาบซึ้งกินใจ และยังมีหนังรักข้ามขณะที่พร้อมให้ซึ้ง และคงจะจำเป็นจะต้องเพิ่งผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชู่ซับนํ้าตากันเลยทีเดียว

 

1.Nobody knows

เรื่องราวบีบคั้นอารมณ์ของเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 1988 ของสี่พี่น้องที่ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในอะพาร์ตเมนต์ย่านซูกะโมะเป็นเวลาหลายเดือน แต่เรื่องราวในฉบับหนังดูสวยงามกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ให้แม่ในเรื่องดูไม่ใจร้ายจนเกินไป เนื่องจากรู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

โดยเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้เล่าถึง เคโกะ แม่ของเด็กทั้ง 4 คน แม่เดียวกันแต่คนละพ่อ (เรื่องจริงที่เป็นข่าวคือ แม่มีลูก 5 คนแต่คนที่ 3 ตายไปตั้งแต่เกิด) แม่ของเด็ก ๆ ไม่เคยพาลูกไปแจ้งเกิดขึ้นทะเบียน เด็ก ๆ ไม่เคยได้เรียนหนังสือ เมื่อย้ายเข้ามาอยู่ในอะพาร์ตเมนต์แม่ก็บอกกับเจ้าของอะพาร์ตเมนต์ไปว่าเธอมีลูกเพียงคนเดียว โดยที่ใส่ลูกคนอื่นไว้ในกระเป๋าเดินทาง ทำให้แม่ต้องทำข้อตกลงกับลูก ๆ ว่าเด็ก ๆ ต้องอยู่กันอย่างเงียบ ๆ และห้ามไปข้างนอก วันหนึ่งแม่ของพวกเขาทิ้งเงินไว้ให้จำนวนหนึ่งพร้อมกับกระดาษใบหนึ่ง ว่าแม่จะออกไปข้างนอกสักพัก ให้ “อะคิระ” ลูกชายคนโตดูแลน้อง ๆ แต่ผ่านไปหลายเดือนแม่ก็ไม่กลับมาสักที…

 

เรื่องราวปัญหาของผู้ใหญ่ที่เด็กไม่ได้ก่อ แต่ก็ไม่มีใครสักคนที่พร้อมจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเด็กได้จริง ๆ เรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่ในสังคมญี่ปุ่นข่าวนึงที่ทำให้รู้สึกหดหู่ใจ และทำให้คนในสังคมญี่ปุ่นที่เน้นการอยู่แบบตัวใครตัวมันตื่นตัว และหันมาสนใจคนรอบ ๆ ตัวกันมากขึ้น คอยช่วยกันระมัดระวังไม่ให้มีเด็กคนไหนถูกทิ้งแบบนี้

 

2.Death Note

จากหนังสือการ์ตูนยอดฮิตสู่ภาพยนตร์ฉบับคนแสดง ซึ่งในที่นี้เราจะพูดถึงภาพยนตร์ Death Note ver.ญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Light ชายหนุ่มผู้พบเจอสมุดบันทึก Death Note สมุดโน้ตมรณะ ที่ยมทูตทำตกไว้ หากเขียนชื่อใครลงไปในสมุดเล่มนี้จะต้องตาย จึงคิดวิธีกำจัดคนชั่วด้วยตัวเอง ด้วยการเขียนชื่อคนที่ทำผิดกฎหมายลง Death Note

 

แต่วิธีการกำจัดคนชั่วของ Light ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องซะทีเดียว เพราะใครก็ตามที่ขัดขวาง Light ก็ต้องถูกเขียนชื่อลงสมุดโน้ตนี้ด้วยเช่นกัน ตำรวจพยายามอย่างหนักในการสืบหาความจริงจึงเชิญ L นักสืบที่เก่งกาจ เน้นเอาผิดคนชั่วตามหลักกฎหมายมาช่วยตามหาความจริง ด้วยอุดมการณ์ที่ต่างกันของทั้งคู่ ทำให้ทั้งสองฝ่ายใช้ไหวพริบในการตามแก้เกมของแต่ละฝ่าย นำแสดงโดย Kenichi Matsuyama, Fujiwara Tatsuya, Toda Erika

 

3.Kimi ni Todoke (live action)

เรื่องราวจากมังงะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงเกี่ยวกับ “ซาวาโกะ” เด็กสาวที่ถูกเพื่อน ๆ ในห้องตั้งฉายาว่าซาดาโกะ (รับบทโดย Mikako Tabe) เนื่องจากเธอมีบุคลิก ท่าทาง ทรงผม ที่ดูลึกลับน่ากลัวเหมือนกับผีซาดาโกะ แถมยังมีข่าวลือแปลก ๆ ว่าใครที่จ้องตากับซาดาโกะเกิน 3 วินาทีจะต้องเจอกับคำสาป ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ซาดาโกะ ยกเว้นแต่คาเซฮายะ (รับบทโดย Haruma Miura) หนุ่มหล่อป๊อปปูล่าที่มักคอยเข้ามาคุยกับซาดาโกะอยู่เสมอ วันหนึ่งคาเซะฮายะ

 

ชักชวนเพื่อนในห้องเรียนไปท้าพิสูจน์สิ่งลี้ลับในสุสานโดยที่ได้ ซาวาโกะ และเพื่อนอีก 2 คน อาสาเป็นผีหลอกเพื่อนคนอื่น หลังจากนั้นเป็นต้นมาพวกเขาทั้งหมดก็กลายเป็นเพื่อนกัน ถึงแม้ว่าซาวาโกะจะถูกเพื่อนคนอื่นหมั่นไส้และใส่ร้ายสักแค่ไหน แต่ความดีที่ซาวาโกะมีต่อผู้อื่น ทำให้เพื่อนซาวาโกะมั่นใจในตัวเธอว่าเธอจะไม่ทำแบบนั้น ลองดูเรื่องนี้แล้วคุณจะตกหลุมรักผู้หญิงที่ชื่อซาวาโกะจนอยากเอาใจช่วยเธอตลอดทั้งเรื่อง

 

ซึ่งหากได้ดูเรื่องนี้จนจบก็อาจทำให้หลาย ๆ คนนึกย้อนถามตัวเองว่าเคยตัดสินใครหรือถูกใครตัดสินเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกหรือเปล่า ถ้าเป็นตัวเราเองจะกล้าทำอย่าง คาเซฮายะ ด้วยการเข้าไปคุยกับคนที่ดูแปลกแยกจากคนอื่นโดยไม่สนใจคำนินทาของผู้อื่นหรือไม่ ซึ่งในเรื่อง Kimi ni Todoke เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกที่เราจะได้เห็นการแสดงความรักที่น่ารักกำลังพอดีของคาเซะฮายะที่มีต่อซาวาโกะ นอกจากนี้ยังชวนให้เรานึกถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อน การเชื่อใจกัน การยอมรับในตัวตนของผู้อื่นที่แตกต่างจากตนเอง

 

4.Peach Girl (2017)

ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้วัยใสจากการ์ตูนตาหวานยอดฮิต ที่ก็ไม่ทำให้แฟนมังงะผิดหวังแถมยังได้ Inoo Kei จาก Hey! Say! JUMP มารับบทเด่นในเรื่องนี้ด้วย โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของสาวผิวแทนโมโมะ (รับบทโดย Mizuki Yamamoto) ที่แอบรักเพื่อนสนิทโทจิ (รับบทโดย Mackenyu) ที่โมโม่ผิวสีแทนเนื่องจากเธอเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำมาก่อน เธอรู้มาว่าโทจิชอบสาวผิวขาว ก็เลยพยายามดูแลผิวตัวเองเพราะอยากให้ผิวของตัวเองขาวขึ้น

 

แต่โมโมะไม่รู้ว่าโทจิก็ชอบเธอมาตั้งนานแล้ว ในขณะเดียวกันไคริ (รับบทโดย Inoo Kei) หนุ่มฮอตของโรงเรียนก็กำลังตามจีบโมโมะอยู่ ทำให้แฟนคลับของไคริรุมกลั่นแกล้ง และเรื่องราวก็ยุ่งอีรุงตุงนังมากกว่าเดิม เมื่อซาเอะเพื่อนของโมโมะ ต้องการแย่งโทจิรวมถึงทุกอย่างของโมโมะมาเป็นของตัวเอง มาดูกันว่าตอนจบโมโมะจะเลือกใครระหว่าง โทจิ กับ ไคริ

 

แม้ว่า Peach Girl ฉบับภาพยนตร์จะไม่ได้ลงรายละเอียดในบางเรื่องมากนักเนื่องจากมีระยะเวลาที่จำกัด แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ แม้จะเป็นหนังรักวัยรุ่นญี่ปุ่น แต่ก็ยังสื่อถึงชีวิตโรงเรียนมัธยมสไตล์ญี่ปุ่น ที่แฝงไปด้วยสิ่งที่วัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะพบเจอกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถูกบูลลี่ เรื่องเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ถ้าเธอได้ดีฉันจะไม่มีความสุข หรือแม้แต่เรื่องการถูกเปรียบเทียบของไคริกับพี่ชายของตัวเอง เป็นสิ่งอาจจะโดนใจวัยรุ่นหลาย ๆ คนที่กำลังโตและกำลังค้นหาตัวเอง

 

5.Sky of love (Koizora)

เรื่องราวความรักจากนิยายดังในมือถือสู่จอภาพยนตร์ที่กำกับโดย Natsuki Imai ที่ได้นักแสดงนำชายอย่าง Yui Aragaki และนักแสดงหญิง Haruma Miura มารับบทในเรื่องนี้ ซึ่งในหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราว มิกะ (รับบทโดย Aragaki Yui) หญิงสาวที่ลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้ที่ห้องสมุด แต่มีชายคนหนึ่งเก็บได้ก็เลยเซฟเบอร์โทรของเธอเก็บไว้ ในขณะเดียวกันเธอก็นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์หาย จึงตามหามือถือของตัวเองจนหาเจอในที่สุด แต่หลังจากที่เธอได้มือถือคืนแล้วนั้นก็มีเบอร์แปลกหน้าติดต่อมาหาเธอแทบทุกวัน เมื่อคุยกันบ่อยเข้าเธอรู้สึกผูกพัน แต่เมื่อเธอได้พบว่าบุคคลลึกลับที่เธอพูดคุยมาตลอดเป็น ฮิโระ (รับบทโดย Miura Haruma)

 

คนที่เธอมองว่าเป็นแหลวแหลกไม่แคร์โลกด้วยภาพลักษณ์ภายนอกที่ฮิโระย้อมผมสีขาวนั่นเองทำให้มิกะรู้สึกไม่พอใจ แต่เมื่อได้คุยกันในที่สุดมิกะก็เปิดใจคบด้วย แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปฮิโระอยากเลิกกับมิกะทำให้มิกะเสียใจมากจนไม่อาจลืมรักครั้งนี้ได้ เมื่อเวลาผ่านไปมิกะก็ได้รู้จักกับ ยู (รับบทโดย Koide Keisuke) เขาทั้งเป็นคนดีและเอาใจใส่มิกะมาก ๆ ทำให้เธอยอมคบกับเขา แต่หลังจากนั้นมิกะก็ได้รู้ว่าที่ฮิโระแฟนเก่าได้ทิ้งเธอไปเพราะเขาเป็นมะเร็ง ทำให้เขาไม่อยากรั้งมิกะเอาไว้.. มาเอาใจช่วยมิกะว่าจะทำยังไงต่อไป..

 

ด้วยเรื่องราวที่ทั้งเศร้าปนซึ้งกับทั้งพระเอกและนางเอกต้องฝ่าฝันกับมรสุมชีวิต ด้วยความรักที่ทั้งคู่มีให้แก่กันมันช่างสวยงาม เมื่อได้ดูเรื่องนี้ก็ทำให้เราต้องย้อนกลับมองดูตัวเองและคนที่เรารักเมื่อพบเจอปัญหาแทนที่เราจะผลักไสคนที่เรารักออกไปจากชีวิตแล้วเลือกที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาคนเดียว จะดีกว่าไหมหากเรามีคนที่รักเรามาร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันและใช้เวลาในทุกวินาทีให้คุ้มค่าเพราะไม่รู้ว่าจะต้องจากกันเมื่อไร แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณต้องเสียน้ำตา แต่มันก็เป็นตอนจบของเรื่องตามสูตรชีวิตจริงของโลกใบนี้อย่างที่ควรจะเป็น

 

6.Kimi no Suizo wo Tabetai

เป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย Kitamura Takumi, Oguri Shun, Hamabe Minami ในภาษาไทยที่มีชื่อว่า “ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ” เป็นเรื่องราวของ ชิเกะ คุณครูโรงเรียนมัธยมที่แต่ก่อนเคยเป็นเด็กหนุ่มหนอนหนังสือที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการห้องสมุดร่วมกับเด็กสาวคนหนึ่งนามว่า ซากุระ โดยเรื่องราวจะเล่าย้อนไปถึงเรื่องราวสมัยอดีตของชิเกะเจอบันทึกส่วนตัวที่เขียนว่า ฉันกำลังจะตายในไม่กี่ปีต่อจากนี้

 

ทำให้เขาได้รู้ว่าซากุระเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับอ่อนและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ซากุระจึงชวนชิเกะออกไปทำภารกิจสุดท้ายที่ตัวเองอยากทำก่อนตาย ซึ่งซากุระชอบเล่าว่าเธอเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งว่าถ้าอวัยวะส่วนไหนอ่อนแอให้กินอวัยวะนั้นแล้วร่างกายจะแข็งแรงขึ้น และหากได้กินชิ้นส่วนจากร่างกายคนที่ตายไปแล้ว คน ๆ นั้นก็จะอยู่ในร่างกายของเราตลอดไป แต่ตอนนั้นชิเกะไม่ได้สนใจเท่าไรนักจนกระทั่งนางเอกเข้าโรงพยาบาล เวลาล่วงเลยมา 12 ปี เมื่อเขากลับมาเป็นครูมัธยมที่รับหน้าที่ดูแลห้องสมุดก็ทำให้เขาได้พบกับความลับของซากุระที่ถูกซ่อนอยู่ในบันทึกอีกครั้ง

 

ซึ่งในเวอร์ชันภาพยนตร์นี้การถ่ายทอดเรื่องราวที่ตัดภาพเหตุการณ์อดีตสลับกับปัจจุบันสื่อสารออกมาได้ไหลลื่น ไม่ทำให้คนดูงง และอินไปกับเรื่องราวได้ง่าย (อาจจะเสียน้ำตาได้ แนะนำให้เตรียมกำทิชชูไว้เลย) แถมเรื่องนี้ยังให้ข้อคิดในแง่บวก อย่างการใช้เวลากับคนที่เรารักให้ดีที่สุด ซึ่งในหนังเรื่องนี้ก็ทำให้เราเห็นมิตรภาพดี ๆ ที่ทั้งสองมีให้แก่กัน เป็นการทำเพื่อใครสักคนที่ไม่หวังผลตอบแทนที่ซึ้งจริง ๆ

indianyoutuber

Leave a Reply

Your email address will not be published.